ข่าวแม่วอนเพจดังช่วย ลูกสาวถูก ตร.บังคับค้ากาม หวั่นไม่ปลอดภัย - kachon.com

แม่วอนเพจดังช่วย ลูกสาวถูก ตร.บังคับค้ากาม หวั่นไม่ปลอดภัย
ออนไลน์

photodune-2043745-college-student-s

แม่ ชาวแม่ฮ่องสอนร้องทุกข์เพจดัง ขอให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ หลังจากลูกสาววัย 14 ปี ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลบังคับให้ไปค้าประเวณี หนึ่งในนั้นมีตำรวจด้วย...

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา “ควีน” แอดมินแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” โพสต์ข้อความระบุว่า มีคดีใหญ่ที่น่าจับตามอง เป็นคดีที่แม่เด็กจับได้ว่า ลูกสาวถูกตำรวจบังคับให้ค้าประเวณี มีการล่อซื้อกับทีมสอบสวน ในกลุ่มเด็กมีคนหนึ่งอายุแค่ 14 ปี และขายบริการจนติดเชื้อซิฟิลิสและ HIV ซึ่งสุดท้ายแม่เหยื่อได้ไปขอความช่วยเหลือจากประธานชมรมหนึ่ง มีหลักฐานการจ้างวานชัดเจน และสุดท้ายก็ตามคาด คนๆนั้นออกมาวุ่นวาย อยากให้ไกล่เกลี่ยกับตำรวจ ขัดคำสั่งของผู้ว่าจ้าง พอไม่ทำคดีแล้วก็ทิ้งหนี ซึ่งแม่เด็กจึงกลัวจะมาวุ่นวาย และทำคดีเสีย แถมตำรวจที่เคยช่วยเหลือคดี ก็ถูกสั่งย้ายด่วนอีกด้วย


ต่อมา ควีน แอดมินเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ยังได้กล่าวถึงบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งเรียกชื่อว่า “หัวล้าน” ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ และเตรียมที่จะฟ้องแอดมินเพจแหม่มโพธิ์ดำ และลูกเพจที่คอยให้การสนับสนุน ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีการฟ้องร้องแฟนเพจเฟซบุ๊ก Drama-Addict ของ จ่าพิชิต ในคดีหนึ่งอีกด้วย


ล่าสุด ผู้เป็นแม่ให้ข้อมูลกับทีมข่าวรถปลดทุกข์ ไทยรัฐทีวีว่า ลูกสาวถูกบังคับไปให้ค้าประเวณีในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยผู้มีอิทธิพลเป็นคนในขบวนการดังกล่าว ตนเองจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเหลือ พร้อมกับทำการล่อซื้อบริการ สามารถรวบตัวผู้กระทำผิดในขบวนการดังกล่าวได้ แต่หนึ่งในนั้นมีตำรวจนายหนึ่งมีเอี่ยวอยู่ด้วย และถูกดำเนินคดี แต่ที่ตนกังวลก็คือ ตำรวจนายดังกล่าวได้รับการประกันตัวได้อย่างไร และรู้สึกไม่ปลอดภัยจากขบวนการค้าประเวณี จึงอยากวอนภาครัฐให้ช่วยเหลือตนเองและลูกสาว รวมไปถึงหญิงวัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ากามนี้

นอกจากนี้ ผู้เป็นแม่ ยังบอกอีกว่า ได้ไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีผล ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนกระทั่งต้องเข้าไปปรึกษากับทนายชื่อดังคนหนึ่ง แต่ท้ายสุด พอตนเองโอนเงินค่าเสียค่าใช้จ่ายไปให้ เรื่องกลับเงียบ จนกระทั่งส่งเรื่องให้เพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ช่วยกระจายข่าวไปยังหน่วยงานต่างๆ

นอกจากนี้ ทีมข่าวรถปลดทุกข์ ได้ประสานไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสองแม่ลูกรายนี้ โดยกำลังพิจารณาหาทางช่วยเหลือ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป